แอนฟิลด์ ลุ้นแชมป์จางเจาะ5หัวข้อหงส์แดงสิ้นลายปราชัยเบิร์นลี่ย์

แอนฟิลด์

แอนฟิลด์ หงส์แดงยังคงจำเป็นต้องอยู่ในเหตุการณ์วิกฤติเรื่องฟอร์มการเล่นอย่างมาก ปัจจุบันโดนเบิร์นลี่ย์บุกมาเชือดชนะ0-1

แอนฟิลด์ หงส์แดงยังคงจำเป็นต้องอยู่ในเหตุการณ์วิกฤติเรื่องฟอร์มการเล่นอย่างมาก ปัจจุบันโดนเบิร์นลี่ย์ บุกมาเชือดชนะ 0-1 ถึงสนามแอนฟิลด์ ในเกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 เดือนมกราคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทำให้สถิติไม่มีพ่ายแพ้ในบ้านมากยิ่งกว่า 3ปีสิ้นสุดลงแล้ว

เกมนี้เจอร์เก้น คล็อปป์เลือกดร็อปผู้เล่นคนจำนวนไม่น้อยโดยยิ่งไปกว่านั้นแนวรุกที่ให้ ดิว็อค โอริกี้ กับ เซอร์ดาน ชากีปรี่ พอดีจริง โดยที่ โรกางร์โต้ ฟีร์มีโน่ กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นั่งสำรอง หากแม้ “ลิเวอร์พูล” จะครอบครองเกมได้เหนือกว่ากลุ่มเยี่ยมหลายขุม แม้กระนั้นสิ่งที่ยังคงคือปัญหาใหญ่

กันเป็นการจบสกอร์ที่ขาดความเฉียบคมอย่างสิ้นเชิง ความแพ้พ่ายในแมตช์นี้ มีผลเสียอีกทั้งเรื่องภาวะจิตใจของกลุ่ม รวมทั้งการลุ้นแชมป์ เนื่องมาจาก “เดอะ เร้ดส์” ตามหลังหัวหน้าฝูง แมนฯ ยูไนเต็ด ถึง 6 แต้ม และก็ยังโดน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กับ เอฟเวอร์ตัน บีบคั้นชั้นท็อปโฟร์ ในตอนนี้

เกมลีกผ่านไปกลางทาง และก็แนวทางการลุ้นแชมป์ยังยาวไกล แต่ว่าถ้าเกิดพวกเขา ยังไม่สามารถที่จะฝ่าฝืนคืนสถิติได้ อาจจะจำเป็นต้องปิดโอกาสสำหรับเพื่อการคุ้มครองปกป้องแชมป์ลีกได้เลย รวมทั้งไปลุ้นการบรรลุเป้าหมายในบอลถ้วย กับทำชั้นคว้าโควตาไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก แค่นั้น

ภาวะจิตใจตกต่ำ ไม่มีชัยในลีก 5เกมต่อเนื่องกัน ในช่วงเวลานี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะต้องเรียกสัมมนาคณะทำงานเป็นการด่วน เพื่อระดมความคิดเห็นเพื่อหาทางแก้ไขการจบสกอร์ของกองทัพ ลิเวอร์พูลเพราะเหตุว่าในเวลานี้พวกเขาทำประตูคู่แข่งขันในลีกมิได้เลย 4แมตช์ต่อเนื่องกัน

แล้วก็ไม่มีชัย 5 เกมรวด แมตช์นี้ “เดอะ เร้ดส์” มีครบทั้งหมดทุกอย่างอีกทั้งการครอบครองเกมที่เหนือกว่า จังหวะสำหรับเพื่อการทำประตู รวมถึงยิงตรงเป้า แต่ว่าสิ่งที่หายไปซึ่งก็คือ “ประตู” ซึ่งในตอนนี้อาจจะจำเป็นต้องสารภาพแล้วว่านี่เป็นวิกฤติของกลุ่มอย่างแท้จริง แล้วก็ถ้าเกิดไม่ปรับแต่ง

เหตุการณ์บางที อาจจะดำดิ่งไปมากกว่านี้ หัวข้อการจบสกอร์จำเป็นต้องบอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ คล็อปป์ ก็ยังมึนงงจนกระทั่งในเวลานี้ว่าเพราะเหตุใดแนวรุกถึงไม่สามารถที่จะทำประตูได้ ทดลองนึกถึงจังหวะด้านหลังเกมที่ ดิว็อค โอริกี้ หลุดโดดเดี่ยว แต่ว่าดันยิงไปชนคาน ซึ่งถ้าหากเป็นเมื่อ 2-3 ฤดูกาล

ก่อนหน้าที่ผ่านมา จังหวะอย่างงี้ใส่สกอร์นำได้เลย โดยเหตุนี้เรื่องความสามารถของนักฟุตบอลหงส์แดง ไม่ใช่ปัญหา เพราะว่าพวกเขาบอกให้เห็นถึงการเล่นที่เหนือกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง สร้างจังหวะได้มากมาย แต่ว่าปัญหาที่จริงจริงก็คือภาวะจิตใจ พวกเขากำลังอยู่ในตอนที่ขาดความเชื่อมั่น

ในตนเองมากมายๆในเกมนี้จะเห็นได้ชัดว่าเวลามีจังหวะเข้าทำ ชอบไม่กล้าเปิดเกมเร็ว จำเป็นต้องคอยหลายจังหวะกว่าจะส่ง จนกระทั่งทำให้ เบิร์นลี่ย์กลับมาตั้งเกมยอมรับได้ทัน การไม่มีชัย 5 เกมต่อเนื่องกันแถมแพ้ไป 2 แมตช์ และก็ยิ่งมิได้ 4 เกมรวด นี่ไม่ใช่เหตุธรรมดาที่เกิดขึ้นอยู่กับหงส์แดง

ในสมัยคล็อปป์ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนายใหญ่ชาวเยอรมัน จำต้องรีบหาจุดแปลงโดยเร่งด่วน หากไม่อยากที่จะให้ชั้นในตารางลีกหล่นไปมากกว่านี้ โป๊ป วีรบุรุษสำคัญที่แอนฟิลด์ คนไม่ใช่น้อยบางทีก็อาจจะชูให้ แอชลี่ย์ บาร์นส์ เป็นวีรบุรุษในเกมที่แอนฟิลด์ เนื่องจากเขาเป็นคนเรียกจุดลูกโทษ

และก็ฆ่าไม่เหลือซาก แม้กระนั้นถ้าเกิดมองดูผู้เล่นที่ปิดทองหลังพระ และก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในชัยของเบิร์นลี่ย์ ก็คือ นิค โป๊ป นายทวารดีกรีกลุ่มชาติอังกฤษ เคยเป็นวีรบุรุษให้กับสังกัดเดิมในเกมที่เท่ากัน 1-1 ในแอนฟิลด์เมื่อกรกฎาคมก่อนหน้าที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการหยุดสถิติ

การคว้าแชมป์ต่อเนื่องกันของ “เดอะ เร้ดส์” ในบ้านเอาไว้ที่ 24 เกมแค่นั้น แล้วก็มาคราวนี้ในสถานที่ที่เดิม โป๊ป ก็ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญที่ทำ 3 แต้มกลับไปอยู่ที่บ้าน จากสถิติเห็นได้ชัดว่า โป๊ป มีส่วนสำคัญกับชัยของเบิร์นลี่ย์ เป็นอย่างมาก โดยเขาเซฟได้ถึง 6 ครั้ง โดยยิ่งไปกว่านั้นจังหวะสุด

สำคัญที่โชว์ปฏิกิริยาที่เร็วสำหรับเพื่อการปัดบอลที่เสาใกล้จากจังหวะการยิงของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตอนช่วงหลัง ในเวลาเดียวกัน โป๊ป ยังบ่งบอกถึงถึงการเป็นหัวหน้าด้วยการแผดเสียงสั่งแนวรับ เพื่อกลุ่มสามารถจับทางการเล่นเกมบุกของเจ้าของบ้าน ในส่วนของความนิ่ง ทีมแมนยู

จะต้องบอกเลยว่า โกลวัย 28 ปี มีเต็มเปี่ยม เขามิได้รู้สึกหวาดหวั่นสำหรับการโดนแนวรุก “ลิเวอร์พูล” บุกซ้ำๆ แถมยังเชื่อมั่นในทุกจังหวะที่ออกมาตัดบอลด้วย มั่นใจว่าแม้ดูอย่างเป็นการ โป๊ป นี่แหละเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้ เนื่องจากถึงทำประตูมิได้เสมือนแผงหน้า

แอนฟิลด์

แอนฟิลด์ แม้กระนั้นการเซฟจังหวะสำคัญของเขา เป็นจุดเปลี่ยนที่เอามาสู่ความมีชัยที่ยิ่งใหญ่ในแอนฟิลด์ มาตำหนิปแน่นแฟ้น, เทรนต์สิ้นลายจอมเปิดบอล การได้ โฌแอล มาติป กลับมาประจำการกองหลังตัวกลาง คู่กับ ฟาบินโญ่ ถือได้ว่าเรื่องที่คงจะยอดเยี่ยมสำหรับ “เดอะ ค็อป”

ในตอนนี้ ด้วยเหตุว่าฟอร์มของ ตัวรุกชาวแคเมอรูน นับว่าน่าประทับใจมากมายๆสำหรับในการจัดแจงกับแนวรุกเบิร์นลี่ย์ มาว่ากล่าวป ยืนตำแหน่งก้าวหน้า มีความรวดเร็ว ปกป้องการเล่นสวนกลับของผู้มาเยือนได้อยู่มือ แถมยังชอบพาบอลเข้าไปในดินแดนคู่แข่งขัน เพื่อจะช่วยเพิ่มเกมรุกแล้ว

ก็บีบคั้นแนวรับเบิร์นลี่ย์ แม้กระนั้นโชคร้ายที่ผลงานของเขามันไม่สมบูรณ์แบบเนื่องจากสังกัดเดิมดันแพ้ซะงั้น ส่วนหนึ่งส่วนใดในนักฟุตบอลที่จำเป็นต้องโดนว่ากล่าวดมากเป็นพิเศษอาจหนีไม่พ้น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เพราะเหตุว่านับจากที่คลายล็อกดาวน์ ผลงานของ “เจ้าหนูเทรนต์”

ไม่ค่อยสะดุดตาเลย ที่สำคัญในตอนหลายๆเกมก่อนหน้านี้ แบ็กขาวเลือดผู้ดีไม่เหลือทีเด็ดทั้งยังการครอสบอลที่ถูกต้อง รวมทั้งการยิงฟรีคิกที่สุดอันตราย เกมนี้เทรนต์ ได้โอกาสที่กำลังจะได้เปิดบอลเป็นสิบครั้ง แม้กระนั้นผลสรุปก็คือการเปิดไปติดแผงหลัง หรือเปล่าถ้าอย่างงั้นก็เปิดแรง

กระทั่งกลุ่มเล่นมิได้ งานนี้ คล็อปป์ บางทีอาจจะจำต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อ “เจ้าหนูเทรนต์” กลับมาอยู่ในฟอร์มยอดเยี่ยมอีกรอบ หนึ่งในแนวทางแก้ที่ควรต้องประยุกต์ใช้ก็คือการดร็อปเขา และก็มอบโอกาส เนโก วิลเลี่ยมส์ ขั้นต่ำๆการที่จำเป็นต้องเสียตำแหน่งตัวจริงไป น่าจะเป็นแรงผลักดัน

สำคัญที่ทำให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จำเป็นต้องมานะฝึกซ้อมหนักให้รีดฟอร์มเก่งกลับมาให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นคงจะได้นั่งเป็นตัวสำรองยาวววววว โรเตชั่นก็ช่วยอะไรมิได้ คล็อปป์ ตกลงใจเปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่งในแมตช์นี้ เนื่องด้วยปรารถนาเพิ่มความมากมายหลาย เพนท์บอล

สำหรับเพื่อการเข้าทำ รวมทั้งเพื่อเบิร์นลี่ย์ จับทางมิได้ ภายหลังที่ผู้เล่นชุดเดิมๆที่ถูกส่งลงไปในสนามต่อเนื่องกันหลายเกม โดนคู่ปรับจับทางได้หมดแล้ว การใช้โรเตชั่นมิได้มีผลต่อสิ่งที่ทุกๆคนคาดหวังเอาไว้อยู่แล้วในเกมนี้ เพราะว่าอย่างไร “เดอะ เร้ดส์” ก็ยังคงสามารถครอบครองเกมได้

เหนือกว่า แล้วก็เพียรพยายามที่จะบีบคั้นใส่ เบิร์นลี่ย์ตลอดทั้งเกม แต่ว่าสิ่งที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อกลุ่มก็คือประสิทธิภาพของผู้เล่นที่มีส่วนกับจังหวะสำคัญของลิเวอร์พูล หนึ่งในจังหวะที่น่าจะเป็นจุดแปลงของเกมนี้ก็คือช่วงท้ายเกมคราวแรกที่ เบน มี เตะไม่ถูกเหลี่ยมตอนส่ง

เป็นผู้เฝ้าประตู ทำให้ โอริกี้ แย่งบอลได้และก็ลากเข้าไปดวลกับ โป๊ป ตัวต่อตัว แต่ว่าเขาดันเลือกยิงไปชนคานซะงั้น ทดลองคิดถูกถ้าเกิดจังหวะนี้เป็น ซาลาห์ หรือ ฟีร์มีโน่ (ถูกดร็อปเป็นตัวสำรองทั้งยัง 2 คน) อาจไม่เหลือซากไปแล้ว ดังนั้นการที่ นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช เลือกที่จะใช้ระบบโรเตชั่น

ในเกมนี้ เนื่องจากว่าแมตช์ถัดไปพวกเขาจำต้องออกศึก “แดงเดือด” นอกรอบ เยี่ยม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมเอฟเอ คัพ บางทีก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งการตัดสินใจที่บกพร่องของเขา

แอนฟิลด์

แอนฟิลด์สิ้นมนต์ขลังการลุ้นแชมป์ยากเหลือทน

แอนฟิลด์ เบิร์นลี่ย์เป็นกลุ่มที่ทำให้ หงส์แดง จำต้องหยุดสถิติคว้าแชมป์ในบ้านเอาไว้ที่ 24 เกมเมื่อฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา และก็ในช่วงฤดูกาลนี้พวกเขาก็ยังคงตามมาหลอกด้วยการทำลายสถิติไม่มีพ่ายแพ้ในแอนฟิลด์ตั้งแต่แมื่อเมษายน 2017 เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ดูบอลสด

ลิเวอร์พูลสะกดคำว่า “แพ้” ไม่เป็นในเกมลีกที่เล่นในแอนฟิลด์ 68 แมตช์ ซึ่งเป็นการไม่มีแพ้ช้านานที่สุดเป็นชั้น 2 ในหน้า ประวัติศาสตร์ลูกหนังเมืองผู้ดี โดยรวมช่วงเวลา 3 ปีกับ 273 วัน แต่ว่าเดี๋ยวนี้ทุกสิ่งสิ้นสุดแล้ว ด้วยจังหวะจุดลูกโทษของ บาร์นส์ ตอนที่เบิร์นลี่ย์

ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับพวกเขาด้วยเหมือนกัน อีกทั้งการทำประตูกลุ่มเยี่ยมได้เม็ดแรกเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ปีที่ผ่านมา เวลาเดียวกันนี่ยังเป็นการชนะที่แอนฟิลด์ ในเกมลีกทีแรกของพวกเขาตั้งแต่แมื่อปี 1974 แต่ว่าที่ทุกๆคนจำเป็นต้องจำไปอีกนานก็คือขุนศึก “เดอะคลาเรตส์” ชุดนี้

เป็นผู้บุกมาเปิดซิงไม่มีปราชัยของ หงส์แดง ที่ยืนยาวมานานกว่า 3 ปีได้เสร็จ นอกเหนือจากนั้นการแพ้ในเกมนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อ หงส์แดง เพราะเหตุว่าพวกเขาตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้นำฝูง 6 แต้ม แถมยังสุ่มเสี่ยงที่จะโดนทั้งยัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กับ เอฟเวอร์ตัน

ทำสกอร์แซงขึ้นมาอยู่ท็อปโฟร์ด้วย งานนี้แม้ คล็อปป์ แอนด์โค. ยังจัดการกับปัญหาฟอร์มตกมิได้ สิ่งที่สาวก “เดอะ ค็อป” ไม่ต้องการที่จะอยากมองเห็นก็คือ พวกเขาจะมิได้ตั๋วไปฝ่าศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงฤดูกาลหน้า !!!

You may have missed